Make your own free website on Tripod.com

ธาตุแทรนซิชัน

ธาตุแทรนซิชัน (transition element) เป็นธาตุที่มีการบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัล d ไม่เต็ม ตำแหน่งของธาตุแทรนซิชันในตารางธาตุ อยู่ระหว่างธาตุเขต s ออร์บิทัล และเขต p ออร์บิทัล ธาตุแทรนซิชันแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

    1. ธาตุแทรนซิชันแถวแรก เริ่มต้นด้วยธาตุสแกนเดียมถึงธาตุทองแดง มีการบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัล 3d
    2. ธาตุแทรนซิชันแถวที่สอง เริ่มต้นด้วยธาตุอิตเทรียมถึงเงิน มีการบรรจุอิเล็กตรอนใน ออร์บิทัล 4d
    3. ธาตุแทรนซิชันแถวที่สาม เริ่มต้นด้วยธาตุแลนทานัมถึงทอง มีการบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัล 4d

สมบัติทั่วไปของธาตุแทรนซิชัน

    1. ธาตุแทรนซิชันทั้งหมดมีสมบัติเป็นโลหะ ธาตุเหล่านี้เป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้า ที่ดี แข็ง มีความมันวาว สามารถเกิดเป็นโลหะเจือกับโลหะอื่นได้
    2. รัศมีอะตอมมีขนาดใกล้เคียงกัน เนื่องจากขนาดอะตอมลดลงจากซ้ายไปขวาในคาบเดียวกันของธาตุ แต่ขนาดอะตอมของธาตุแทรนซิชันมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่มากนัก ทั้งนี้เพราะว่าธาตุแทรนซิชันมีการเติมอิเล็กตรอนในออร์บิทัล d ซึ่งอยู่ภายใน และไปกัน (shield) การดึงดูดได้ดีขึ้นทำให้แรงน้อยลง ขนาดอะตอมลดน้อยลงด้วย
    3. ธาตุแทรนซิชันมีเลขออกซิเดชันได้หลายค่า เพราะว่าสารประกอบของธาตุเหล่านี้ สามารถให้อิเล็กตรอนได้หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งอิเล็กตรอน
    4. สารประกอบของธาตุแทรนซิชันส่วนมากมีสมบัติเป็นพาราแมกเนติก เพราะธาตุ แทรนซิชันมีการบรรจุอิเล็กตรอนในออร์บิทัล d ไม่เต็ม จึงมีอิเล็กตรอนเดี่ยวอยู่ในออร์บิทัล
    5. สารประกอบของธาตุแทรนซิชันส่วนมากมีสี เพราะไอออนของธาตุแทรนซิชันมีสี เช่น Cu2+ มีสีน้ำเงิน Co2+ มีสีชมพู และ Ni2+ มีสีเขียวเป็นต้น
    6. ธาตุแทรนซิชันมีแนวโน้มเกิดสารประกอบเชิงซ้อน (complex compounds) ทั้งนี้เพราะไอออนของโลหะแทรนซิชันมีสมบัติเป็นกรดของลิวอิส (Lewis acid) กล่าวคือสามารถรับคู่อิเล็กตรอนจากสารอื่นได้ ตัวอย่างไอออนเชิงซ้อนของโลหะแทรนซิชัน เช่น เฮกซะเอมีนโคบอล (I I I )ไอออน (hexaamminecobolt (I I I ) ion [Co(NH3) 6]3+)